8 เกมไร้บทสนทนา

8 เกมไร้บทสนทนา ไม่ต้องมีคำพูดใดๆ และให้ผู้เล่นไปคาดเดากันเอง

8 เกมไร้บทสนทนา ที่ไม่ต้องมีคำพูดใดๆ และให้พูดเล่นลองไปคาดเดากันเอง

8 เกมไร้บทสนทนา แวดวงอุตสาหกรรม มีการพัฒนามาอย่างยาวนานและต่อเนื่องในทุก ๆ ปี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเกมเพลย์ การนำเสนอ การเล่าเรื่อง หรือบรรยากาศ ปัจจุบันทำให้แนวเกมมีความหลากหลายในการนำเสนอเรื่องราวของตัวเอง ในขณะที่หลาย ๆ เกม ใช้ฉากคัทซีนยาว ๆ และบทสนทนาอีกมากมาย แต่กับบางเกม ตัวเกมก็เลือกจะไม่มีบทสนทนา และเล่าเรื่องราวผ่านการนำเสนอล้วน ๆ จะมีเกมอะไรบ้าง วันนี้มาดูกัน

1. Limbo 8 เกมไร้บทสนทนา

ผลงานของสตูดิโอนักพัฒนาอินดี้จากประเทศเดนมาร์ก เกมนี้จะไม่ได้เล่าเรื่องหรือบอกคุณโดยตรง ว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้างในเกม เรารู้แค่ว่า เราจะเล่นเป็นเด็กที่ตื่นขึ้นในป่าอันมืด มิด ที่เหลือก็จะแล้วแต่การตีความของผู้เล่นแต่ละคน เพราะผู้พัฒนาไม่ได้อยากบอกว่าเกิดอะไรขึ้นในเกมนี้บ้าง พวกเขาอยากให้เกมเมอร์ค้นหาความจริงด้วยตัวเองว่ามันเกิดอะไรขึ้น และที่สำคัญคือ มีการเปิดเผยจากผู้กำกับเกมว่า แฟนเกมส่วนใหญ่ คาดเดาเนื้อเรื่องได้อย่างถูกต้องซะด้วย หากพูดถึงเกมที่มีการนำเสนอเป็นเอกลักษณ์อย่างมาก Limbo จะเป็นชื่อที่ใครหลายคนนึกถึงแน่นอน

ในเกม Limbo ผู้เล่นจะได้รับบทเป็นตัวละครหลัก ซึ่งเป็นเด็กน้อยคนหนึ่ง ที่ต้องพยายามทำทุกวิถีทาง เพื่อหาทางออกจากสถานที่ที่ไม่รู้ว่าเป็นที่ไหนให้ได้

แต่จะออกไปยังไงล่ะ ก็ในเมื่อในมือไม่มีแม้แต่สิ่งที่จะป้องกันตัวได้ อาวุธที่พอจะมองเห็นในตอนนี้มีเพียงอย่างเดียว นั่นคือ สติปัญญาที่ต้องคอยคิด และวางแผนเพื่อแก้ไขปัญหาต่าง ๆ

2. Journey

ออกสำรวจโลกยุคโบราณอันน่าพิศวงของ Journey เมื่อคุณพุ่งทะยานขึ้นไปเหนือซากปรักหักพังและเหาะเหินไปตามทะเลทราย เพื่อค้นพบความลับที่ซ่อนอยู่ เล่นคนเดียวหรือร่วมทีมกับเพื่อนนักเดินทางและสำรวจดินแดนอันกว้างใหญ่ไปด้วยกัน เต็มไปด้วยฉากอันงดงามและดนตรีประกอบที่ได้รับการเสนอเข้าชิงรางวัลแกรมมี เกม Journey

หากจะมีข้อเสียที่เราพูดถึงได้อย่างชัดเจนของเกมนี้ ก็คือระยะเวลาที่เราจะได้เพลิดเพลินกับโลกของเกม มันสั้นจนเกินไป ตัวเกมได้รับรางวัลในฐานะเกมอินดี้ยอดเยี่ยม เพลงประกอบยอดเยี่ยม รวมไปถึงรางวัลใหญ่อย่าง Game of the Year ด้วย โดยเกมนี้จะบอกเล่าเรื่องราวของเกมผ่านรูปภาพ ไม่มีบทสนทนาเลยภายในเกม โดยเกมจะนำเสนอประเด็นความละโมบของมนุษย์ที่พยายามจะควบคุมพลังงานทั้งหมด เพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง ผู้เล่นต้องอาศัยการตีความกันเอาเอง และมันก็เป็นเกมที่ยอดเยี่ยมมากซะด้วย

3. Brothers: A Tale of Two Sons

ผลงานแจ้งเกิดของ Josef Fares ผู้ส่งให้ It Takes Two คว้ารางวัล Game of the Year ประจำปี 2021 มาครอบครองไว้จนได้ โดยจุดเด่นคือการควบคุมตัวละคร 2 พี่น้องแบบพร้อมกัน ด้วยการใช้ก้านแอนะล็อก 2 ตัว และปุ่ม Trigger 2 ปุ่ม เพื่อควบคุมให้ตัวละครทำตามคำสั่งของเรา เกมจะเล่าเรื่องราวของพี่น้องสองคนที่เพิ่งสูญเสียแม่ไป และตอนนี้ต้องหาของมาช่วยรักษาผู้เป็นพ่อ เกมไม่ได้มีบทสนทนาอะไร เราต้องตีความหมายจากสิ่งที่เกมนำเสนอมาเอง แต่มันก็ดีงามถึงขั้นอาจทำให้ใครหลายคนเสียน้ำตาหลังเล่นจบกันได้เลย

เรื่องราวของเกม Brothers – A Tale of Two Sons เป็นการเล่าเนื้อเรื่องเกมผ่านตัวละครสองพี่น้อง Naia และ Naiee เมื่อวันหนึ่งพ่อของทั้งคู่เกิดล้มป่วย พวกเขากำลังช่วยพ่อที่ป่วยไปหาหมอในหมู่ แต่แล้วหนทางเดียวที่จะช่วยรักษาพ่อได้นั้นคือการรวบรวมน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่บนต้นไม้แห่งชีวิตซึ่งอยู่ห่างไกลจากหมู่บ้านมาก สองพี่น้องเริ่มต้นการเดินทางผ่านหมู่บ้าน เนินเขา และภูเขา เผชิญกับความท้าทายที่ออกพจญภัยเพื่อตามหาน้ำศักดิ์สิทธิจากต้นไม้แห่งชีวิตเพื่อนำมารักษาพ่อของพวกเค้าที่ล้มป่วยอยู่ การออกเดินทางของสองพี่น้องจึงเริ่มต้นขึ้น

4. Hyper Light Drifter

ผลงาน Action เกือบ ๆ จะ Roguelike ของ Heart Games ตัวนี้ นำเสนอเนื้อหาผ่านการเล่นเพียว ๆ เท่านั้น และด้วยความล้ำของมัน ผู้เล่นแต่ละคนก็จะตีความหมายเกมไปในแต่ละแบบ คุณจะรับบทเป็น Drifter ที่เป็นนักโบราณคดีและค้นพบเทคโนโลยีภายใต้อารยธรรมที่ถูกลืม และต้องเผชิญหน้ากับสิ่งชั่วร้ายที่มีชื่อว่า Judgment ด้วยความหวังที่จะรักษาโรคที่ตัวเองเป็นอยู่ ด้วยระบบเกมการเล่นสุดเดือด และการนำเสนอสุดล้ำ นี่เป็นอีกเกมที่ไม่ต้องมีไดอะล็อกหรือบทสนทนาก็ทำให้เกมออกมาดูดีได้อย่างเหลือเชื่อ

ในเกม Hyper Light Drifter ผู้เล่นต้องสวมบทเป็นนักเดินทางนาม Drifter ออกไปผจญภัยไปในโลกที่แห่งเทคโนโลยีอันล่มสลายและถูกลืมเลือน ผู้คนทุกข์ทรมานจากความเจ็บปวดของโรคภัยที่ไม่สามารถระบุชื่อได้ นักเดินทางอย่างเราต้องช่วยเหลือให้เมืองกลับมามีความสงบสุขอีกครั้งด้วยการปราบปีศาจร้ายที่มารุกราน  

แต่ต้องขอเตือนไว้ก่อนเลยว่า Hyper Light Drifter เป็นเกมที่ยากมาก! ยากเพราะเกมนี้ไม่มีบทพูดหรือข้อความบอกกล่าวเล่าเรื่องใด ๆ เลย ต้องตีความจากสิ่งที่เห็นแล้วนำมาปะติตปะต่อเรื่องเอาเองว่าเนื้อเรื่องเกมเป็นอย่างไร

5. Inside

เป็นอีกเกมที่มีชื่อเสียงเรียงนาม ตีคู่กับมา Limbo เพราะมันคือเกมของทีมผู้พัฒนาเดียวกัน และเป็นการพัฒนาต่อยอดมาจาก Limbo หลังจากที่ผู้กำกับเกมแกค่อนข้างกำหมัด หลังจากแฟน ๆ สุดฉลาด คาดเดาเนื้อหาของเกมได้อย่างถูกต้องเป็นส่วนมาก ทำให้คนเล่นหลายคน เกาหัวกันอย่างมึนงงหลังการเล่นเกมนี้ เพราะผู้เล่นจะต้องมานั่งตีความเอาว่าแต่ละอย่างที่เราพบเจอในเกม มันคืออะไรกันแน่ บางคนก็ตีความไปว่ามันคือเกมที่เล่าปัญหาการแบ่งชนชั้น บางคนก็ซ่ามันคือกระบวนการใช้ชีวิต ถ้าหากผู้พัฒนาอยากให้คนเล่นงงจนหัวจะปวดแล้วล่ะ เกมนี้ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว และแน่นอนว่า มันไม่ได้เล่าหรือใส่ไดอะล็อกอะไรลงไปในเกมเลย

เกมปริศนาว่าด้วยเรื่องราวชวนสยองขวัญอันน่าสะพรึงของเด็ก มีแต่ความลึกลับ ตัวละครในเงามืดในสภาพแวดล้อมที่ชวนให้นึกถึงแต่ลางร้าย ในเกมแฝงแรงกดดันที่คุณจะได้สัมผัสความรู้สึกนั้น ด้วยการเล่นเป็นเด็กชายใส่เสื้อกันหนาวสีแดง เล่นดำเนินตามเนื้อเรื่องที่เต็มไปด้วยเงื่อนงำ แก้ไขสถานการณ์และไขปมปริศนาต่าง ๆ ยิ่งเล่นยิ่งดำดิ่งลึกลงไปในเกม

6. Little Nightmares ทั้งสองภาค

เป็นอีกเกมที่ได้รับแรงบันดาลใจอย่างมากมาจากเกมอย่าง Limbo และ Inside ทำให้ Little Nightmares กลายเป็นเกมสยองขวัญแบบ 2.5D ที่คุณจะได้เล่นเป็นมนุษย์ตัวจิ๋วที่ต้องหาทางเอาตัวรอดจากสิ่งที่จ้องจะฆ่าคุณ เกมยังคงรูปแบบการนำเสนอที่ไร้ซึ่งบทสนทนา และปล่อยให้ผู้เล่นคาดเดาเนื้อเรื่องกันไป ยิ่งเกมดำเนินไปได้ไกลแค่ไหน ความลึกลับก็ยิ่งมากขึ้นเป็นเงาตามตัว แต่ผู้เล่นต้องเรียนรู้และตีความถึงสิ่งที่เจอในระหว่างการเล่นแทน

เกม Little Nightmares ในภาคแรก เล่าเรื่องราวของ Six หญิงสาวในชุดเสื้อกันฝนสีเหลืองที่ตื่นขึ้นจากฝันร้ายแล้วพบว่าตัวเองอยู่ใน ‘The Maw’ สถานที่โสมมเน่าเฟะที่ทุกอย่างผุพังไร้ชีวิตชีวา ด้วยความไม่รู้เหนือรู้ใต้ว่าที่นี่คือที่ไหน เธอต้องพยายามหาทางเอาชีวิตรอดจากกับดักต่างๆ ความหิวโหย และการจับตามองของ ‘ดวงตาตรงประตู’ ที่เรียกว่า ‘The Eye’ รวมถึงหญิงสาวในชุดกิโมโนที่ซ่อนใบหน้าเอาไว้ในชื่อ ‘The Lady’ ทั้งหมดนี้คืออุปสรรคที่พยายามจะเอาชีวิตของซิกซ์โดยไม่รู้เหตุผล แต่นั่นเองคือภารกิจหลักตั้งต้นที่ผู้เล่นต้องพาซิกซ์หลบหนีออกจากที่นี่ให้ได้

8 เกมไร้บทสนทนา

สำหรับภาค 2 แกนหลักในการเล่าเรื่องจะย้ายมาอยู่ที่ตัวละครที่ชื่อว่า ‘MONO’ เด็กชายผู้สวมหมวกถุงกระดาษไว้บนหัว เขาตื่นขึ้นมาจากฝันร้ายเหมือนกับซิกซ์และพบว่าตัวเองอยู่ในเมืองที่แสนหดหู่ เต็มไปด้วยสถานที่ที่น่าสะพรึงกลัวตั้งแต่โรงเรียนที่มี ‘The Teacher’ ปีศาจครูสาวยืดคอได้ กับ ‘The Bullies’ กลุ่มตุ๊กตานักเรียนที่ทำขึ้นมาจากกระเบื้อง, โรงพยาบาลที่มี ‘The Doctor’ ปีศาจหมอที่จะปีนเพดานเข้ามาทำร้ายทุกครั้งเมื่อมีใครเผลอ และอาคารเผยแพร่สัญญาณโทรทัศน์ สถานที่สถิตของ ‘The Thin Man’ ตัวร้ายหลักประจำภาคนี้ที่คอยบงการภาพที่ฉายออกทีวีจนทำให้ประชากรทั้งเมืองคลั่งและแปรเปลี่ยนสภาพเป็น ‘The Viewers’ คนไร้หน้าที่จะพุ่งมาทำร้ายเราทุกครั้งที่พยายามปิดทีวีของพวกเขา

7. Unravel

เกมที่เราจะได้รับบทเป็นตุ๊กตาด้ายเย็บผ้า ซึ่งมีรูปแบบการเล่นแบบเกมไขปริศนาที่เรียบง่าย แต่มีการนำเสนอที่น่าสนใจและผ่อนคลายเป็นอย่างมาก และที่สำคัญเลยคือ Unravel จะนำเสนอเรื่องราวและอารมณ์ของเกม ผ่านสภาพแวดล้อมของเกม และเนื้อเรื่องจะไม่ถูกบอกเล่าโดยตรง ดังนั้นผู้เล่นจะต้องตีความกันเอาเองว่ามันนำเสนออะไรออกมา และ Unravel ก็เป็นอีกเกมคุณภาพดี ที่ไม่ต้องมีไดอะล็อกก็เจ๋งได้ แถมมีออกมาถึงสองภาคแล้วด้วยกัน

ถ้าใครเคยเล่นภาคแรกมาจะทราบว่า Unravel เป็นเกมแนว Platform ที่จะให้เรารับบทเป็นไหมพรมตัวน้อย ๆ ตะลุยด่านด้านข้างไปเรื่อย ๆ คอยแก้ปริศนาด้วยไหมพรมของตัวเอง ในภาคนี้ตัวละครถูกเพิ่มมาเป็นสองตัวละคร

งานนี้เลยต้องรวมทีมกับพี่กันต์ (Gunn) คนหล่อ ๆ ที่พวกคุณเห็นในช่วงไลฟ์สตรีมเพื่อเคลียร์เกมนี้ ในภาคนี้ความแตกต่างที่เห็นได้ชัดเลยคือพอเพิ่มมาเป็นสองตัวละคร มันมีเทคนิคที่ต้องใช้มากขึ้น จากเดิมเราแค่ปาไหมพรมแล้วโหนไปมา กับแค่ผูกไหมพรมทำแทมโบลิน แต่ในภาคนี้เราสามารถยึดเชือก ปล่อยเชือกระหว่างเพื่อนร่วมทีม เพื่อเพิ่มสีสันในการเล่นได้ ทุกอย่างที่ทำได้ในภาคที่แล้วเราทำได้เหมือนเดิม แต่อาจจะต้องใช้ความสามัคคีขึ้น

8.Sky: Children of Light

Sky เป็นเกมภายใต้การพัฒนาของทีม Thatgamecompany โดยที่ตัวเกมปล่อยให้เล่นเป็นครั้งแรกบนระบบ iOS ตั้งแต่เดือนกรกฏาคมปี 2019 ซึ่งก็ได้ผลตอบรับที่ยอดเยี่ยมจนกวาดรางวัลติดไม้ติดมือทั้ง People’s Choice จาก Pocket Gamer, Audience Award จาก Game Developers Choice Awards, Mobile Game of the Year จาก SXSW Gaming Awards และ iPhone Game of the Year ปี 2019 จนกระทั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 7 เมษายนที่ผ่านมา ทางผู้พัฒนาก็ได้ฤกษ์ส่งเกมมาลง Google Play Store ให้ชาวหุ่นเขียวได้มีโอกาสเล่นกันบ้าง

Sky เป็นเกมออนไลน์แฟนตาซีผจญภัยที่มีกลิ่น Puzzle นิดๆ โดยที่ผู้เล่นจะได้รับบทเป็นเหล่าภูติตัวน้อยบุตรแห่งแสงสว่าง ที่ต้องผจญภัยไปในดินแดนแห่งท้องฟ้าเพื่อสำรวจอาณาจักรทั้ง 7 ซึ่งมีภารกิจหลักคือการสำรวจและนำพาเหล่าดวงวิญญาณไปยังทิศทางที่ถูกต้อง ตัวเกมจะมีการสื่อสารที่เป็นตัวอักษรน้อยมากๆ โดยที่ส่วนใหญ่จะอยู่ในโหมดสอนระบบการเล่นขั้นพื้นฐาน ขณะที่เนื้อหาของเกมจะใช้การเล่าเรื่องผ่านรูปภาพและท่าทางของตัวละครเป็นหลัก

ภายในเกมเราจะได้บังคับตัวละครเข้าไปยังพื้นที่ต่างๆ เพื่อทำการสำรวจ, แก้ไขปริศนา และปลดปล่อยดวงวิญญาณ เพื่อไปยังพื้นที่ต่อไป ซึ่งปริศนาบางจุดก็ไม่สามารถแก้คนเดียวได้ต้องอาศัยผู้เล่นคนอื่นมาช่วย โดยที่ตัวเราเองสามารถผูกมิตรกับผู้เล่นคนอื่นๆในระหว่างทางเพื่อจูงมือจับทีมกันมาช่วยแก้ปัญหาเพื่อเปิดพื้นที่สู่ฉากต่อไปได้

บทความเกี่ยวกับวงการเกมส์อื่นๆ >>>>> 

เว็บไซต์อื่นๆน่าสนใจ >>>>> ดูบอล

>>>>>